การจัดการความรู้โรงพยาบาลพัทลุง

Phattalung Knowledge Management

ชื่อโรค...แปลกๆ ของแพทย์แผนไทย ตอนที่ 1 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ภญ.ปิยนุช รองรัตน์   
วันอังคารที่ 12 กรกฏาคม 2011 เวลา 15:15 น.

เวลาไปใช้บริการที่แพทย์แผนไทย....หลังการซักประวัติและตรวจร่างกาย

จะมีการส่งสัญญาณกันระหว่างผู้ตรวจกับผู้นวดให้ผู้ปวยงงเล็กน้อยว่า..ส1 บ้างก็ ส3

หรือจับโปงนะ อันที่กล่าวไปแล้วข้างต้นเป็นชื่อโรคทางการแพทย์แผนไทยคล้ายๆ

/เหมือนกับโรคแผนปัจจุบันที่เรียกกันเฉพาะ

วันนี้จะเสนอ  หนึ่งชื่อ คือ ส 1  ซึ่งชื่อเต็มๆ คือ โรคลมปลายปัตฆาต สัญญาณ 1  หลัง

มารู้จักคำว่า "ลมปลายปัตฆาต" ก่อนนะค่ะ

ปัตฆาต  หมายถึง  กล้ามเนื้อ
ปลาย  หมายถึง  ปลาย,  สุด  จุดสิ้นสุด
ดังนั้น  ลมปลายปัตฆาต  คือ  การเกิดภาวะแข็งตัวของหลอดเลือด  ทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่เป็นแข็งเป็นก้อน,  ลำ,  ดาน  มีอาการปวด  บวม  มักจะเป็นกับกล้ามเนื้อ,  เส้นเอ็น,  เยื่อหุ้มกระดูกหัวต่อกระดูก  แต่ไม่เกิดกับกระดูก  หากเราพบว่า  ลมปลายปัตฆาต  มีความร้อนด้วย  เราจะเรียกว่า   "ลำบองแทรกลมปลายปัตฆาต"  
ลมปลายปัตฆาต  เมื่อมีความเครียดของกล้ามเนื้อ  ทำให้ไปบีบหลอดเลือดแดงบริเวณนั้นให้เล็กลงปริมาณเลือดมาได้น้อย  ทำให้กล้ามเนื้อขาดเลือด  เกิดการปวดเป็นก้อนเล็ก  ๆ  เหมือนกลิ้งได้  เช่น  ตามบ่า  หลัง  "ทางกายภาพ  อธิบายว่าร่างกายและกล้ามเนื้อเกิดภาวะเครียดและหลั่งสารทุกข์ออกมาปล่อย แคลเซียมอิออนออกมาเกาะตามกล้ามเนื้อและรวมตัวกันเป็นก้อนโต"
การนวดช่วยสลายก้อนเล่านี้ได้  เพราะเลือดไหลเวียนและดูดซับกลับไปได้ดี
อาหาร  ก็เป็นสาเหตุให้มีการตกตะกอนของแคลเซียมอิออนได้  เช่น  หน่อไม้  มีสารผลึกลูกเข็ม,  เหล้า,  เบียร์  เกิดภาวะเลือดเป็นกรดกัดข้อต่อ  เครื่องในสัตว์มีกรดยูริกสูงตกเป็นผลึกยูเรียยาแก้ปวดทำให้ระงับอาการปวด  จึงทำให้คนไข้ใช้งานหนักไป  ข้าวเหนียว  ทำให้เลือดตกตะกอนบางคนแพ้ผักโตเร็ว  เช่น  ถั่วงอก,  ตำลึง,  กระถิน  หรือบางคนแพ้เนื้อสัตว์แช่แข็ง
ลมปลายปัตฆาตนั้นเกิดกับกล้ามเนื้อลายเท่านั้นพบได้ทั้งตัว
ลมปลายปัตฆาตที่พบบ่อยได้แก่
1)    ลมปลายปัตฆาตสัญญาณ  1,3  หลัง
2)    ลมปลายปัตฆาตสัญญาณ  4,5  หลัง
3)    ลมปลายปัตฆาตบ่า

ลมปลายปัตฆาตสัญญาณ  1  หลัง  ตรงกับโรคแผนปัจจุบัน คือ Low back Pain /Myofacial Pain / Spinal stenosis (Lumba)


สาเหตุ เกิดจากกล้ามเนื้อเครียดแข็ง  เกร็งเป็นก้อน  ลำ  กดทับเส้นประสาทเกิดได้จากความเครียด,  อุบัติเหตุ  ความเสื่อมของร่างกาย,  การใช้งานของกล้ามเนื้อเกินกำลัง
อาการ  มีการปวด,  เมื่อยหลังช่วงล่าง,  ล้า,  ชาที่ก้นย้อย,  ต้นขา,  หัวเข่าไม่มีกำลัง  (เข่าทรุด)
วิธีตรวจ  1)  วัดส้นเท้า  ข้างที่เป็นจะสั้น
2)    งอพับขาเป็นเลข  4  กดลงข้างที่เป็นจะต้านมือ
3)    ตรวจบริเวณหลังช่วงเอว  (สัญญาณ  1,2,3)  กดดูจุดเจ็บ  (ส.1  จะเจ็บ)  ดูความแข็งแกร็ง  (ส.1),  ดูแนวกระดูกว่าตรงหรือคดผิดรูปหรือไม่
*  สัญญาณ  1  หลัง  ตรงกับกระดูกเอวข้อที่  5  (L5)  (ในแผนปัจจุบันเส้นประสาทจาก  L5  จะไปจึงน่องและหลังเท้า)
สูตรการรักษา  ใช้สูตรกลาง
1)    นวดพื้นฐานขาข้างที่เป็น  เปิดประตูลม
2)    นวดสัญญาณหลัง  1,2,3  เน้น  1  เป็นพิเศษ  คือกดนิ่งนาน  คาบใหญ่  30  วินาที
3)    นวดขาด้านนอกสัญญาณ  1,2,3,4,5  เน้น  3  เป็นพิเศษ
4)    นวดขาด้านในสัญญาณ  1,2,3,4,5  เน้น  2  เป็นพิเศษ    
5)    นวดช้อนกระดูกสันหลังข้างที่เป็น
คำแนะนำ  1)  ประคบความร้อนชื้นที่หลัง,  สะโพก,  ขาด้านใน
2)    ท่าบริหาร  4  ท่ามี
-    ยืนเขย่งปลายเท้า
-    นั่งยอง ๆ  90  องศา
-    นอนยกศีรษะเกร็งกล้ามเนื้อ
3)    หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเกิดโรค
4)    พักผ่อน  (นอน)  ให้เต็มที่
5)    นวดอาทิตย์ละ  2  ครั้ง

ครั้งหน้าจะมาบอกเกี่ยวกับชื่ออื่นๆ ค่ะ  สนใจรับบริการงานการแพทย์แผนไทยฯ  โทร 1260

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2013 เวลา 09:44 น.
 
You are here: