การจัดการความรู้โรงพยาบาลพัทลุง

Phattalung Knowledge Management

การดูแลมารดาหลังคลอดR2R PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ภญ.ปิยนุช รองรัตน์   
วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2013 เวลา 08:32 น.

แบบนำเสนอโครงการวิจัย R2R

 

ชื่อโครงการ  “ การศึกษาประสิทธิผลการดูแลมารดาหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทย”

 

ชื่อที่อยู่ของหน่วยงานและผู้วิจัย

นางสาวปิยนุช  รองรัตน์   เภสัชกรชำนาญการ หน่วยงานการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก      กลุ่มงานผู้ป่วยนอก  โรงพยาบาลพัทลุง

  บทคัดย่อ 

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีนโยบายที่จะนำการแพทย์แผน

ไทยในการดูแลสุขภาพมารดาหลังคลอด มาตั้งแต่ ปี 2549 โดยจัดอบรมให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในโครงการ”สปาไทย 500 ชั่วโมง” จนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้กำหนดให้การดูแลมารดาหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทย เป็นชุดสิทธิประโยชน์ในปี 2553  และโรงพยาบาลพัทลุงได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ เดือน สิงหาคม 2553 เป็นต้นมา  ดังนั้นงานการแพทย์แผนไทยฯ โรงพยาบาลพัทลุงในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง จึงจัดการวิจัยประสิทธิผลของการดูแลมารดาหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทย  เป็นการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary  research) มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจประสิทธิผลของการให้บริการแพทย์แผนไทยต่อสุขภาวะในด้านต่างๆของมารดาหลังคลอด  ลักษณะของมารดาหลังคลอดที่เข้ารับบริการการแพทย์แผนไทย  เก็บข้อมูลจากแบบบันทึกประวัติและแบบสอบถามข้อมูลความพึงพอใจการใช้บริการของหญิงหลังคลอด ที่เข้ารับบริการในช่วงปีงบประมาณ 2556 ตั้งแต่เมษายน – กรกฎาคม 2556  นำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูปในการแจกแจงความถี่ ร้อยละ

          ผลการศึกษาพบว่าลักษณะกลุ่มตัวอย่าง ส่วนของใหญ่อาศัยอยู่ในอำเภอเมือง  นับถือศาสนาพุทธ  อยู่ในช่วงอายุ 21 -30  ปี  ประกอบอาชีพทำงานบ้าน คลอดโดยการผ่าคลอด  คลอดเป็นครรภ์ที่ 2 มีค่าเฉลี่ยของจำนวนวันหลังคลอดที่มารับบริการครั้งแรก คือวันที่  42  ส่วนใหญ่ มารับบริการดูแลหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทยครบ 5  ครั้ง  ส่วนใหญ่ปฏิเสธโรคประจำตัว  พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อระบบริการ เรียงจากมากไปน้อยดังนี้ ขั้นตอนในการให้บริการ ,ระยะเวลาในการให้บริการ และ ระยะเวลารอคอย และพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อประสิทธิผลของการดูแลมารดาหลังคลอดด้วยการแพทย์ เรียงจากมากไปน้อยดังนี้ ความรู้สึก,อาการปวดเมื่อยลดลง ,การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น,ปริมาณน้ำนม,การขับน้ำคาวปลา,การแห้งของฝีเย็บ,มดลูกเข้าอู่,การกระชับสัดส่วน,ไขมันหน้าท้องลดลง ตามลำดับ

  การวิจัยครั้งนี้พบว่าการดูแลมารดาหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทย มีประสิทธิผลที่ดีต่อ

สุขภาพทุกด้าน จึงควรส่งเสริมและหากลวีในการตอบสนองมารดาหลังคลอดเพิ่มขึ้น และควรศึกษาเพิ่มเติมด้านข้อจำกัดที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการแพทย์แผนไทยในหญิงหลังคลอด เช่น ระดับการศึกษา  รายได้   ประสบการณ์ที่เคยมีต่อการอยู่ไฟก้อนเส้าหรือการรับบริการแพทย์แผนไทย  การเข้าถึงบุคลากร/สถานที่ให้บริการดูแลหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทย และเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา เพื่อหาปัจจัยหรือตัวแปรที่มีผลต่อสุขภาพ และการเข้ารับบริการ  และนำข้อมูลไป วางแผนในการในการพัฒนาระบบบริการ ทักษะองค์ความรู้ของผู้ให้บริการ ในการดูแลมารดาหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทยต่อไป

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2013 เวลา 15:26 น.
 
You are here: